กันยายน 2010
พฤ อา
« ส.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

ปลาพลวงชมพู

ปลาพลวงชมพู เป็นชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน    ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง       ตั้งแต่แม่น้ำตาปีไปจนถึงประเทศมาเลาเซีย  โดยอาศัยอยู่ในลำธารหรือแม่น้ำที่มีฝั่งเป็นป่าร่มครึ้มรวมถึงบริเวณน้ำตก เป็นปลาที่พบค่อนข้างบ่อย  มีราคาสูง   สามารถเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย มีชื่อเรียกเป็นภาษายาวีว่า  “กือเลาะห์”   หรือ “กือเลาะห์แมเลาะห์” ปัจจุบันสถานีประมงจังหวัดยะลาสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้ว

ปลาพลวงชมพู      มีรูปร่างคล้ายปลาเวียน   ซึ่งเป็นปลาในสกุล เดียวกัน แต่ลำตัวเพรียวและเป็นทรงกระบอกมากกว่า ส่วนหัวค่อนข้างมน ริมฝีปากหนา ปากกว้างเล็กน้อย ใต้คางมีติ่งเนื้อสั้น ๆ มีหนวด 2 คู่เห็นชัดเจน ตาอยู่ค่อนไปทางด้านบนหัว เกล็ดมีขนาดใหญ่ ครีบหลังมีก้านแข็ง 1 อัน ครีบหางเว้าลึก ครีบก้นสั้น ลำตัวด้านบนมีสีคล้ำอมน้ำตาล ด้านข้างลำตัวสีเงินเหลือบชมพูหรือทอง ครีบสีคล้ำ ด้านท้องสีขาว มีขนาดความยาวประมาณ 25  ซม. ใหญ่สุดที่พบ 35  เซนติเมตร

ปลาเผาะ

ปลาเผาะ ชื่อเรียกปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง     อยู่ในวงศ์ปลาสวาย, ปลาสังกะวาด     ปลาเผาะ ยังมีชื่อเรียกต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น “โมง”, “โมงยาง”, “ยาง” หรือ “อ้ายด้อง” ชื่อในวงการปลาสวยงามเรียกว่า “ปลาบึกโขง” และชื่อในภาษาเวียดนามว่า “บาซา” พบในแม่น้ำโขง  ถึงอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงรายและในแม่น้ำเจ้าพระยา  พบน้อยในแม่น้ำบางประกง     ปลาเผาะยังนิยมนำไปบริโภค และยังสามารถเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย

ปลาเผาะ  มีลักษณะส่วนหัวมนกลม ปากแคบ รูปร่างป้อม ท้องอูม ลำตัวตอนหน้าค่อนข้างกลม และแบนข้างเล็กน้อยที่ด้านท้าย ครีบไขมันเล็ก ปลาวัยอ่อนมีสีเทาเหลือบเหลืองหรือเขียวอ่อน ข้างลำตัวมีแถบคล้ำ ครีบอกมีแต้มสีจาง ปลาตัวเต็มวัยมีสีเทาอมน้ำตาลอ่อนหรือฟ้าอ่อน ท้องสีขาว ครีบสีจาง ครีบหางมีแถบสีคล้ำจาง    มีขนาดประมาณ 60 – 80  ซม.  และในช่วงปลาวัยอ่อนกินแมลง ปลาตัวเต็มวัยกินพืชเป็นส่วนใหญ่ อาจกินแมลงและหอยบ้าง

ปลาฝักพร้า

ปลาฝักพร้า เป็นชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง   อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน   เป็นปลาล่าเหยื่อ มักหากินบริเวณใกล้ผิวน้ำ เป็นปลาที่ว่ายน้ำ

เร็วมาก อาหารได้แก่ ปลาขนาดเล็กจำพวกปลาซิว และแมลง พบในแหล่งน้ำหลากและแม่น้าขนาดใหญ่ในภาคกลาง  ภาคอีสาน  เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา   แม่น้ำโยง    เฉพาะภาคใต้จะพบในฝั่งตะวันออก  เท่านั้น    ปลาฝักพร้า ยังมีชื่อเรียกอื่นที่เรียกต่างออกไป เช่น ท้องพลุ, ดาบลาว, ดาบญวน, โกร๋ม เป็นต้น

ปลาฝักพร้า มีลักษณะลำตัวยาวและแบนข้างคล้ายมีดดาบ ท้องเป็นสันแคบ ตาโต ปากกว้างเฉียงขึ้นด้านบน ปลายปากล่างโค้งเข้าเล็กน้อยคล้ายตะขอ ลำตัวสีเงินวาว ครีบใส ครีบอกใหญ่และยาวแหลม ครีบท้องและครีบหลังเล็ก แต่ครีบก้นมีฐานครีบยาว ครีบหางเว้าลึกและปลายมน โคนครีบหางมีแต้มสีคล้ำ ขนาดประมาณ 20-60   ซม.

เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำสะอาด ปัจจุบันอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) เพราะสภาพแวดล้อมที่อยู่ถูกทำลายไปประกอบกับปริมาณปลาที่พบในธรรมชาติมีน้อย มาก จึงไม่ทำให้เป็นที่นิยมในการประมง

ปลาพลวงทอง

ปลาพลวงทอง เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง  อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน       อาศัยอยู่ตามต้นน้ำลำธารที่สะอาด และไหลแรงในป่า  หรือ  น้ำตกเช่นเดียวกับปลาในตระกูล ปลาพลวง และ ปลาเวียน ทั่วไป มีความยาวเต็มที่ 100   ซม.นิยมตกเป็นเกมกีฬาและเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาพลวงทอง   มีลักษณะคล้ายปลาพลวง   และปลาเวียนแต่ว่ามีสีเหลือง เหลือบทองที่ด้านข้างลำตัวเห็นได้ชัดเจนกว่า

ปลาไฟฟ้า

ปลาไฟฟ้า หมายถึงปลา จำพวกหนึ่งที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เองในตัว  เพื่อใช้ในการล่าเหยื่อและป้องกันตัว โดยมีอวัยวะบางอย่างที่ช่วยในการสร้าง ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมานั้นจะมีความแรงแตกต่างกันไป    ส่วนที่พบในทะเลก็ได้แก่  กระเบนไฟฟ้า     ปลาที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากที่สุดคือปลาไหลไฟฟ้า    เป็นปลาน้ำจืด พบในอเมริกาใต้  เป็นปลาขนาดใหญ่ เมื่อเต็มที่ยาวได้ถึง 2  เมตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 600 โวลต์ รุนแรงพอที่จะทำให้หัวใจมนุษย์วายตายได้        ชนิดอื่น ๆ ที่พบในน้ำจืด ก็ได้แก่ปลาดุกไฟฟ้า  พบในแอฟริการ     สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ถึง 350 โวลต์ และปลาอบา  อบา   ขนาดโตเต็มที่ได้ 2   เมตร พบในอเมริกาใต้ สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อนเพื่อการล่าเหยื่อ โดยมากปลาไฟฟ้าที่พบน้ำจืดจะนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาแค้วัว

ปลาแค้วัว ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงค์ปลาแค้        ปลาแค้วัว มีชื่อเรียกที่เรียกกันทั่วไปว่า ” แค้ ”     หรือ        ” แค้ธรรมดา ” หรือ ” ตุ๊กแก ” เป็นปลาล่าเหยื่อ กินปลาและซากสัตว์เป็นอาหาร อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ของทุกภาค พบน้อยในภาคใต้ พบมากในแม่น้ำเจ้าพระยา แค้วัวมีความยาวเต็มประมาณ 30 – 40    ซม. พบใหญ่สุดไม่เกิน 70   ซม.    นิยมบริโภคทำเป็นอาหารได้หลากหลาย   และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาแค้วัว มีลักษณะหัวแบนราบมีด้านบนโค้งและด้านล่างเรียบ จะงอยปากยื่นยาว มองจากด้านบนจะโค้ง หนวดเป็นเส้นแข็งมีผังผืดที่ริมฝีปาก ตาเล็กอยู่ด้านบนของหัว มีลักษณะคล้ายตาของงูหรือจระเข้ คือ มีม่านตาดำเล็กเป็นช่องแนวตั้ง ปากกว้างมากมีฟันเป็นเขี้ยวแหลมคมอย่างสัตว์ดุร้าย ส่วนหลังยกสูง ลำตัวแบนราบเล็กน้อย ครีบหลังยกสูงมีก้านครีบแข็งแหลมคมเช่นเดียวกับครีบอก ที่ปลายครีบอก ครีบท้อง ครีบหลัง มีลักษณะเป็นเส้นเรียวยาว โดยเฉพาะในตัวเมียผิวหนังสาก บนหัวมีกระ ไม่เรียบ ตัวมีสีเขียวมะกอกหรือน้ำตาลอ่อนอมเหลือง มีประด่างสีคล้ำและสีดำตลอดลำตัวด้านบนและครีบ ด้านท้องสีจาง ครีบท้องของปลาแค้วัวจะตั้งตรงอยู่แนวเดียวกับด้านท้ายของครีบหลัง

ความเห็นล่าสุด
    Sitemap
    Stats
    Last Bot Visited
    บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ Google (66.249.65.241) วันนี้ เวลา 22.51 น.